หิว?
“อาหารจานนั้น…ที่เธอกำลังกิน….”

“ฉันหิว”
.
.
.
“อาหารจานนั้น…ที่เธอกำลังกิน….”

“ฉันหิว”
.
.
.
14:59 น.นั่งหอบอยู่หน้าที่ทำการไปรษณีย์ภูเก็ต
หลังจากชีพจรลงเท้ามาได้สองแยกไฟแดงก็เริ่มแบตเตอรี่อ่อน
เมื่อเดินจนเหนื่อย ก็ถามตัวเอง “เหนื่อยหรือยัง?”
“นั่งมั้ย?”
.
นั่ง…
ก็นั่ง
เงียบ… สวมวิญญาณเป็นผู้สังเกตชีวิตคนอื่นอย่างไม่ได้รับอนุญาต จินตนาการว่าคลุมผ้าล่องหนของแฮร์รี่พ็อตเตอร์
แต่ดูเหมือนจะคิดไปเองทั้งเพ…เพราะหลายคนที่สวนทางไม่ว่าจะเดินหรือขับรถ ฉันก็ได้สบตากับเขาทุกคน
ที่นี่เหมือนฉันเป็นที่ต้องการยังไงพิลึก โดยเฉพาะมอเตอร์ไซค์รับจ้างและสองแถว
ที่ถามไถ่อย่างเป็นห่วงเป็นใยเสียยิ่งกว่าคนรัก
“ไปมั้ย?”
ก็อยากจะตอบกลับไปว่า
“ไป…ถ้าฟรี”
แต่คิดไปคิดมาอีกที ส่ายหน้าเงียบๆเห็นจะดีกว่า

นั่งดูผู้คนเวียนหน้ากันเข้า-ออกที่ทำการไปรษณีย์ ทั้งไทยและเทศ…
ดูๆไปทุกคนก็จุดหมายเดียวกันคือคงจะอยากให้ของที่ตนส่งนั้นถึงมือผู้รับ
พลางคิด…คนรับจะดีใจแค่ไหนที่ได้รับ
พลางคิด…คนให้จะดีแค่ไหนที่ได้ให้ (และถึงมือผู้รับ)
…………..
แดดเริ่มแรงและเหงื่อก็เริ่มไหลลู่ลงข้างหลัง รู้สึกจั๊กจี๋
นั่งจนเมื่อย ก็ถามตัวเอง “เมื่อยหรือยัง?”
“เดินมั้ย?”
.
เดิน…
ก็เดิน

…..มีพัสดุส่งมาจากโคราช
บัตรประชาชนหน้าคุ้นๆ
โน๊ตสีแสบตาลายมือเคยๆ
ขึ้นต้นเหมือนเดิม ลงท้ายเหมือนเดิม
แต่อ่านแล้วไม่เหมือนเดิม
…………………..
ก่อนนี้ใจความแบบนี้ จะอยู่บนกระดาษ A4 ใบโตๆบนขาตั้งรีดผ้าตัวเก่า
ซึ่งเมื่อฉันอ่านแล้วก็แค่รับรู้ และปลายทางมันมักลงที่ถังขยะข้างๆ
แต่หนนี้โน็ตใบเล็กๆใบนี้ อุตส่าห์ร่อนมาไกลจากนครราชสีมา
……
นี่อาจเป็นเครื่องรางที่ขลังที่สุด ที่ฉันจะใช้ในตอนเดินทางกลับ
……….
เพราะมาจากเกจิที่หาให้ปลุกเสกที่ไหนไม่ได้อีกแล้วบนโลกใบนี้
……………..
ฝรั่งตัวใหญ่กับหญิงสาวนุ่งน้อยห่มน้อย กำลังยืนอยู่หน้าโรงแรม
หญิงสาวคงชอบใส่เสื้อผ้าน้อยชิ้นเป็นประจำในเมืองที่แดดร้อนอย่างนี้ ผิวเธอถึงได้คล้ำ
เธอกำลังยกนิ้วบอกราคาแก่ฝรั่ง พร้อมพูดภาษาอังกฤษสำเนียงอีสาน
เธอพยายามอย่างยิ่งที่จะสื่อสารถึงจำนวนตัวเลขที่เขาต้องควักจ่าย
จนฝรั่งพยักหน้าเข้าใจ ทั้งคู่ยิ้มให้กันดูมีเลศนัย
หญิงสาวเหลือบไปเห็นวินมอเตอร์ไซค์ขับผ่านมาพอดี
เธอโบก มอเตอร์ไซค์คันนั้นจอด ฝรั่งขึ้นไปนั่งบนมอเตอร์ไซค์
เขากล่าวคำว่า “แท้งกิ้ว”
เธอกล่าวคำว่า “บ่เป็นหยังดอก” แล้วเดินกลับเข้าไปในร้านส้มตำข้างทาง
เป็นเรื่องสามัญธรรมดาของนักท่องเที่ยวฝรั่งที่ถามทางและราคาค่าโดยสารที่เขาต้องควักจ่าย
.
.
.

“เฮ้!ยู!”
“ฟรุ๊ทมั้ย ฟรุ๊ทมั้ย?”
“เฮลโหล!”
“ไทยฟู้ดมั้ย? ไทยฟู้ด!”
“เฮ้!เกิร์ล”
“เฮ้!ยู!เจ็ทสกี!”
“เฮ้ย! แท็กซี่มั้ย?”
“คัมมอนแม๊น!”
“มาสสาจมั้ย ไทยมาสสาจ?”
“สปาฟิช สปาฟิช”
“เฮนนาบอดีเพนท์มั้ย?”
.
.
“เฮ้ยนั่นมันคนไทย”
.
.
.
.
.
“วี้ดวิ้วน้องสาว?”
.
.
.
.
!!!!!!!!!!!!!!?????!!!!!!!!!!!!!!


มีโอกาสได้ใกล้ชิด “ไอดอล” ของตัวเองขึ้นอีกระดับ
จากที่เคยมองอยู่ที่พื้นดินตามประสามนุษย์บินไม่เป็น
(รวมทั้งชีวิตเอื่อยๆที่ไม่มีความจำเป็นต้องบินไปไหนนัก)
ก่อนนี้เคยคาดไว้ว่าการได้ใกล้ชิด “ท้องฟ้า” จะต้องตื่นตาน่าดูชม
ในฐานะที่เคยมองดูจากที่ไกลแสนไกล
…เอาเข้าจริงกลายเป็นว่ารู้สึกเหมือนเดิม แม้ไม่ถึงกับแก้มแนบก้น
ท้องฟ้าก็ยังคงเป็นท้องฟ้าที่เคยรู้จัก ซื่อตรงต่อตัวเองไม่ว่าจะเช้าหรือเย็น
ท้องฟ้าไม่ได้ดูสวยขึ้น ถึงจะมองจากที่สูงขึ้นมากกว่าเดิม
ใช่ว่ามองจากพื้นดินแล้วเป็นสีฟ้า ขึ้นมาเห็นเป็นสีเขียวเมื่อไร
…ที่ปลุกสายตาได้คือพื้นดินต่างหาก….
จากที่สูงเสียดฟ้า มองลงไปไม่เห็นใครเลยสักคนแบบนี้
แทบดูไม่ออกเลยว่าใครสวย-ใครหล่อ
20.3.10 วันเปิดงาน



















หลังเสียงการกดชัดเตอร์ ทุกสิ่งหยุดการเคลื่อนไหว
1ส่วน20ของวินาทีได้ถูกบันทึก
หลังเสียงการกดชัดเตอร์ ทุกสิ่งเคลื่อนไหว


1+1 = 15 or 17 ?
2+1 = 25 or 30 ?
3+1 = 35 or 40 ?

11.03.10
เมื่อเวลาประมาณ 11:11 น. บริเวณสะพานกอจ๊าน
เส้นตัดระหว่างถนนเทพกระษัตรีและถนนพังงาอำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต
พบศพตุ๊กตาหมียักษ์ ตุ๊กตากบเขียวตาโปน หมอนรูปหัวใจปักลายคิตตี้แดง ถ้วยรางวัลนอนหักตัว
รูปถ่ายคู่ชายหญิงขาดครึ่งกระจัดกระจาย และถุงหิ้วพลาสติกห้างดังบรรจุชุดชั้นในสตรี
คาดว่าเหตุน่าจะเกิดจากการสะบั้นรักกลางคันที่ยืดเยื้อมายาวนานของคู่รักชายหญิงคู่หนึ่ง
ผู้ก่อเหตุน่าจะใช้รถยนต์เป็นยานพาหนะ
เพราะหากเป็นจักรยานยนต์อาจต้องขนส่งกันมากกว่าหนึ่งรอบ
แต่นั่นอาจหมายถึงความตั้งอกตั้งใจของเขาหรือเธอ
และคาดการณ์จากสถานที่เกิดเหตุผู้ก่อเหตุน่าจะชื่นชอบวง Ynot7 เป็นพิเศษ
โดยเฉพาะเพลงทิ้งรักลงแม่น้ำ
และในกรณีนี้แม่น้ำอาจอยู่ไกลไป เลยทิ้งคลองแทนก่อนละกัน
ทางผู้พบเห็นแนะนำให้พ่อแม่ผู้ปกครองเฝ้าระวังลูกหลานของตน
เพราะอาจเกิดพฤติกรรมเลียนแบบแห่กันไปทิ้งตุ๊กตาได้